• Phone
  • Map
  • Line
× Send

ในการใช้งานในระบบที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรม ปั๊ม วาล์ว หรือระบบซีลต่าง ๆ โอริง ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันการรั่วซึม และยืดอายุการทำงานของอุปกรณ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า… โอริงไม่ได้มีเพียงแค่ขนาดมาตรฐานทั่วไปเท่านั้น

ในหลายอุตสาหกรรม มีการเลือกใช้ “โอริงแบบสั่งทำพิเศษ (Custom-Made O-Ring)” ที่ออกแบบมาเฉพาะเจาะจงกับการใช้งาน เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความทนทานสูงสุด แล้วโอริงสั่งทำพิเศษต่างจากโอริงทั่วไปอย่างไร? มาดูคำตอบกันเลย

โอริงคืออะไร?

โอริง (O-Ring) คือ ซีลยางรูปวงแหวนที่มีหน้าตัดเป็นทรงกลม ผลิตจากวัสดุต่าง ๆ เช่น ยางไนไตรล์ (NBR), ซิลิโคน (VMQ), ฟลูออโรคาร์บอน (FKM) และอื่น ๆ ตามคุณสมบัติที่ต้องการ

หน้าที่หลักของโอริง:

ประเภทของโอริง

โอริงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:

1. โอริงทั่วไป (Standard O-Ring)

ผลิตตามมาตรฐานสากล เช่น AS568 (USA), JIS B2401 (ญี่ปุ่น), BS (อังกฤษ) เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน หาซื้อได้ง่าย ราคาประหยัด

2. โอริงสั่งทำพิเศษ (Custom-Made O-Ring)

ออกแบบและผลิตตามสเปคเฉพาะ เช่น ขนาด วัสดุ รูปร่าง หรือคุณสมบัติพิเศษ เพื่อรองรับสภาพการทำงานเฉพาะด้าน เช่น อุณหภูมิสูง ความดันสูง หรือสารเคมีรุนแรง

ความแตกต่างระหว่าง “โอริงทั่วไป” กับ “โอริงสั่งทำพิเศษ”

ตัวอย่างการใช้งาน

เลือกโอริงให้เหมาะกับงานคุณอย่างไร?

ถ้าเป็นงานทั่วไป ที่ไม่ต้องการความทนทานสูงมาก เลือกใช้โอริงมาตรฐาน จะช่วยประหยัดงบประมาณและเปลี่ยนง่าย

ถ้าเป็นงานเฉพาะทาง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร, การแพทย์, ปิโตรเคมี, หรือการใช้งานที่มีความดันหรืออุณหภูมิสูง ควรเลือกโอริงแบบสั่งทำพิเศษ เพื่อความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งาน