เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ยางในงานอุตสาหกรรม หลายคนมักจะคุ้นเคยกับ “ซีลยาง” ที่ทำหน้าที่ป้องกันการรั่วซึม แต่ในความจริงแล้วยังมีชิ้นส่วนยางอีกประเภทที่มีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าในงานควบคุมแรงดันและของไหล นั่นคือ “ยางไดอะแฟรม (Rubber Diaphragm)” ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าแตกต่างจากซีลยางทั่วไปอย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด
ซีลยางทั่วไปคืออะไร?
ซีลยาง (Rubber Seal) คือชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ “กั้น” ไม่ให้ของเหลว ก๊าซ หรือสารต่างๆ รั่วซึมออกมาจากระบบ โดยมักจะอยู่ในรูปแบบโอริง (O-Ring), ปะเก็น (Gasket) หรือซีลเพลา (Shaft Seal) ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ในระบบท่อน้ำ ระบบไฮดรอลิก และเครื่องจักรกลทั่วไป
🔹 หน้าที่หลักของซีลยาง คือการ ปิดผนึก (Sealing) เพื่อป้องกันการรั่วไหลเท่านั้น
ยางไดอะแฟรมคืออะไร?
ยางไดอะแฟรม (Rubber Diaphragm) เป็นชิ้นส่วนยางที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ยืดหยุ่นสูง ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ไม่เพียงแค่ กันรั่ว แต่ยัง ตอบสนองต่อแรงดันและการเคลื่อนไหว ของระบบได้อีกด้วย
มักถูกใช้งานใน:
- วาล์วควบคุมแรงดัน (Diaphragm Valve)
- ปั๊มไดอะแฟรม (Diaphragm Pump)
- เกจวัดความดัน (Pressure Gauge)
- เครื่องจักรทางการแพทย์และอุปกรณ์ควบคุมการไหล
🔹 หน้าที่หลักของยางไดอะแฟรม คือ ซีล + ควบคุมแรงดัน + เคลื่อนที่ได้
ความแตกต่างระหว่างยางไดอะแฟรมและซีลยางทั่วไป
- การทำงาน
- ซีลยางทั่วไป: ป้องกันการรั่วซึมเท่านั้น
- ยางไดอะแฟรม: ป้องกันการรั่วซึม + เคลื่อนที่ยืดหดตามแรงดัน
- รูปแบบ
- ซีลยางทั่วไป: วงแหวนหรือปะเก็น
- ยางไดอะแฟรม: แผ่นบาง ยืดหยุ่น โค้งงอได้
- การตอบสนองต่อแรงดัน
- ซีลยางทั่วไป: ไม่ได้ออกแบบมาให้เคลื่อนตัว
- ยางไดอะแฟรม: สามารถยืด-หดและโค้งงอเพื่อควบคุมแรงดัน
- การใช้งาน
- ซีลยางทั่วไป: ระบบท่อ เครื่องจักรกลทั่วไป
- ยางไดอะแฟรม: วาล์ว ปั๊ม เกจวัดแรงดัน เครื่องมือแพทย์
- ความซับซ้อน
- ซีลยางทั่วไป: โครงสร้างเรียบง่าย
- ยางไดอะแฟรม: ต้องการการออกแบบแม่พิมพ์เฉพาะ และวัสดุที่เลือกให้ตรงกับงาน
วัสดุยางไดอะแฟรมยอดนิยม
- EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer)
ทนต่อความร้อนสูง, UV และสารเคมีกรด-ด่าง ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง, ยานยนต์, และซีลอุตสาหกรรม อุณหภูมิใช้งาน -40°C ถึง 150°C - NBR (Nitrile Butadiene Rubber)
ทนต่อน้ำมัน, เชื้อเพลิง, และสารหล่อลื่น เหมาะกับเครื่องจักรและกันกระแทก อุณหภูมิใช้งาน -20°C ถึง 140°C - HNBR (Hydrogenated Nitrile Butadiene Rubber)
ทนต่อการเสียดสีและน้ำมัน เหมาะกับการขนส่งน้ำมันและสารละลายที่ไม่กัดกร่อน - Neoprene (นีโอพรีน)
ทนความร้อน น้ำมัน และสารเคมี ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และสายเคเบิล - FKM / Viton (ฟลูออโรอีลาสโตเมอร์)
ทนสารเคมี น้ำมัน ความร้อน และปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เหมาะกับงานที่ต้องการความเสถียรสูง - PTFE (Polytetrafluoroethylene / เทฟลอน)
ทนสารเคมีเกือบทุกชนิด รวมถึงกรดและเบสเข้มข้น อุณหภูมิใช้งาน -196°C ถึง 260°C
สรุป
แม้ซีลยางทั่วไปและยางไดอะแฟรมจะทำหน้าที่ “กันรั่ว” เหมือนกัน แต่ ยางไดอะแฟรมมีความสามารถที่มากกว่า เพราะนอกจากจะป้องกันการรั่วแล้ว ยังช่วยควบคุมแรงดันและการเคลื่อนไหวในระบบได้ ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง